วิวัฒนาการในการศึกษาพระเครื่อง

25 ส.ค.

วิวัฒนาการในการศึกษาพระเครื่อง

จากข้อมูลที่ปรากฏเบื้องต้น สามารถวิเคราะห์ได้ว่า การเกิดพระพิมพ์หรือพระเครื่องนั้น นับเป็นการตอบสนองของอุปสงค์กับอุปทาน หรือความต้องการของผู้บริโภคต่อปริมาณการผลิต แม้แต่ในกรณีที่สร้างเพื่อเป็นการสืบพระศาสนา การประกอบกุศล หรือการสร้างเพื่อรองรับกับความต้องการทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพราะหากมีการสร้างเฉพาะเท่าที่ปรารถนาในช่วงเวลานั้น พระเครื่องก็อาจกลายเป็นโบราณวัตถุที่น้อยคนจะรู้จัก และไม่แพร่หลายเช่นปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังพบว่า วิวัฒนาการในการสร้างพระพิมพ์หรือพระเครื่อง มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทางพุทธศิลปะ หรือวัสดุที่นำมาเป็นทิพสัมภาระ (วัสดุต่างๆ) ในการสร้าง รวมทั้งกรรมวิธีการสร้าง

ความหลากหลายทางกายภาพของพระเครื่องดังกล่าวเป็นจุดที่นำมาซึ่งการศึกษาค้นคว้าเอกลักษณ์เฉพาะของพระพิมพ์หรือพระเครื่องแต่ละประเภท แต่ละตระกูล จนเกิดมีการจำแนก แยกแยะ เพื่อความสะดวกในการศึกษา จดจำ และมีวิวัฒนาการ จนมาเป็นแนวทางที่ดีในปัจจุบัน

ในทำนองเดียวกันการศึกษาพระพิมพ์หรือพระเครื่อง ก็มีการพัฒนารูปแบบไปจากเดิม ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

1. การศึกษาแบบพื้นบ้าน การศึกษาในรูปแบบนี้เกิดขึ้นมาช้านาน นับตั้งแต่เริ่มกำเนิดพระพิมพ์หรือพระเครื่อง นับเป็นการศึกษาแบบพื้นฐานที่ไม่มีองค์ประกอบอื่นช่วยเสริม  จึงเป็นการศึกษาตามระบบธรรมชาติ  ไม่ซับซ้อน  เช่น  การเรียนรู้จากคำบอกเล่า  การศึกษาจากรูปพรรณของพระที่มีอยู่  การเรียนรู้โดยดูจากของจริง  เป็นต้น  ซึ่งการศึกษาเหล่านี้มีข้อจำกัดสำหรับผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้รู้  หรือผู้ที่มีโอกาสได้สัมผัสเห็นพระของจริง  เพราะเป็นการศึกษาที่ขาดคำอธิบาย  ในเชิงประวัติศาสตร์  โบราณคดี  วิทยาศาสตร์  ตลอดจนบันทึกและจารึกต่าง ๆ ที่ชัดเจนเป็นหลักฐาน  ที่สามารถพิสูจน์แน่นอนลงไปได้

2. การศึกษาแบบผ่านสื่อหรืออุปกรณ์การศึกษา  เมื่อความเจริญก้าวหน้าทางอิเลคทรอนิกส์และสื่อสารมวลชนดีขึ้น  การถ่ายทอดเผยแพร่ความรู้ในวิทยาการต่าง ๆ ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงโดยมีการเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อสารมวลชนหลากหลายรูปแบบ  ทำให้ความรู้  แพร่กระจายไปได้อย่างกว้างไกล

ความรูเรื่องพระพิมพ์และพระเครื่อง  นับเป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง  ที่มีสื่อให้ความสนใจนำออกเผยแพร่มานานกว่า  40  ปี  หนังสือพระนับเป็น  สื่อการเรียนการสอน  สิ่งแรกที่เกิดขึ้นในการเรียนรู้เรื่องพระ  และเจริญเติบโตขยายฐานการศึกษาสู่การสื่อสารมวลชนทุกประเภทในปัจจุบัน

วิวัฒนาการของการศึกษาพระเครื่องโดยผ่านสื่อต่าง ๆ ส่งผลให้มีจำนวนผู้นิยมสะสมพระมากเป็นเท่าทวีคูณ  จากความนิยมเฉพาะกลุ่มสู่ความนิยมระดับประเทศและระดับสากล  การเรียนรู้ด้วยสื่อสิ่งพิมพ์คือ  โอกาสในการได้พบเห็นรู้จัก  เรียนรู้จากพระแท้  เพราะนับวันพระเก่าพระแท้  เฉพาะอย่างยิ่งพระสวย  เป็นสิ่งที่หาดูได้ยาก  แต่กระนั้นการได้เห็นภาพ  ศึกษาจากประวัติ  ก็ถือว่าช่วยได้มาก

เมื่อเทียบกับยุคแรก ๆ ที่มีผู้สนใจแต่ขาดโอกาสเห็นองค์จริง  จึงรู้จักเพียงแต่ชื่อพระ  และไม่อาจประเมินรูปพรรณสัณฐานได้เลย  หากไม่เคยเห็นพระองค์จริง

จึงมีคำกล่าวว่า  “จะรู้เรื่องพระให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งต้องเคยเห็นพระแท้”  ซึ่งสำหรับคนรุ่นเก่ามีเพียงส่วนน้อยที่จะถือว่ามีโอกาสดี  เพราะการมีความรู้ในแต่ละเรื่องต้องใช้เวลามาก  เนื่องจากขาดข้อมูลพื้นฐานและปัจจัยสนับสนุน  ขาดผู้ชี้แนะ  ขาดตำราชี้นำแนวทางในการเรียนรู้  รวมทั้งขาดเหตุและผลที่จะอธิบายความเป็นมาอย่างมีหลักการเพื่อให้เป็นที่ยอมรับอย่างสากล  ดังนั้นจึงต้องพยายามค้นหาประสบการณ์จากภาคสนาม

แต่ในปัจจุบันจะพบว่า  มีผู้ชำนาญการด้านพระพิมพ์และพระเครื่องเป็นจำนวนมาก  ในอัตราการเพิ่มจำนวนแบบทวีคูณ  ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ดูแล้ว  พบว่าการศึกษาเรียนรู้เรื่องพระพิมพ์หรือพระเครื่อง  คือ  มีการศึกษาจากตำราเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานก่อน  แล้วเสาะแสวงหาประสบการณ์เพิ่มเติมโดยการดูพระองค์จริงจากภาคสนาม

ทำให้ผู้ชำนาญการหรือผู้รู้ในเรื่องนี้  ย่นระยะเวลาการศึกษาลงไปได้ครึ่งหนึ่งของที่เคยเป็นมาในอดีต  ทั้งความรู้ที่ได้จากตำรา  หรือสื่อต่าง ๆ ล้วนมีส่วนช่วยในการพิจารณาความเป็นมาของพระพิมพ์  หรือพระเครื่องได้กระจ่างชัดเจนยิ่งขึ้น

โดยข้อเท็จจริงการศึกษาเรื่องนี้ไม่อาจแตกฉานได้หากไม่เคยเห็นพระแท้  แต่อย่างไรก็ตาม  ตำราวิชาการที่ถูกต้องสมบูรณ์นับเป็นเครื่องช่วยย่นระยะเวลาการศึกษาให้สั้นลง  ทั้งเป็นแบบอย่างสากลที่อารยประเทศยอมรับ  นำมาซึ่งความน่าเชื่อถือต่อไปในอนาคต  เพราะสิ่งต่าง ๆ ที่เคยเป็นแต่นามธรรมคำกล่าวอ้าง  บัดนี้ได้มีองค์ประกอบที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ  มาอธิบายความเป็นไปสอดคล้องกับความเป็นจริง  ตามประวัติศาสตร์และโบราณคดี  ที่ถือเป็นแนวทางการเรียนรู้ตามแนววิทยาศาสตร์ที่เป็นวิทยาการสากล

การศึกษาพระเครื่องในปัจจุบัน  เป็นการศึกษาที่ผสมผสานระหว่างภาคทฤษฎีและการปฏิบัติ  จึงส่งผลให้เกิดความแม่นยำ  มีทิศทางพร้อมที่จะก้าวสู่การยอมรับของสากล  ทั้งเป็นที่น่ายินดีที่การศึกษาเรื่องพระเครื่องได้รับความสนใจ  และมีการพัฒนารูปแบบจนมาถึงในปัจจุบัน  หากเทียบกันกับในช่วงยุคการศึกษาแบบพื้นบ้านในอดีต  ที่เป็นองค์ความรู้รูปแบบเดิม  ๆ ไม่มีการขยายและกระจายความรู้  ทำให้การศึกษาและความนิยมในเรื่องพระเครื่องเติบโตอย่างเชื่องช้ามากในช่วง  30  ปีแรก  ภายหลังสงครามโลกครั้งที่  2  แม้ว่าคนยุคแรกจะมีข้อได้เปรียบในการได้เห็นพระแท้ก็ตาม

ด้วยวิทยาการที่ก้าวหน้าล้ำยุคของการผลิตสื่อความรู้ต่าง ๆ ในเรื่องพระ  ปัจจุบันความเสมือนจริงของภาพพระได้ถูกบันทึกลงในสื่อจนอาจกล่าวได้ว่า  ใกล้เคียงกับของจริงมาก  รวมทั้งมีความชัดเจนและสะดวกในการศึกษามากกว่าเดิม  ถ้าผู้ศึกษาในยุคปัจจุบันมีโอกาสเพียงครึ่งหนึ่งของผู้ศึกษาในยุคแรกที่ได้เห็นพระแท้  ก็เชื่อได้ว่าท่านจะเป็นผู้ที่มีความรู้แตกฉานได้  แม้โอกาสพบเห็นพระมีน้อย

เพราะความรู้จากตำราเป็นเสมือนเครื่องช่วยที่ดีในการเติมเต็มความรู้ที่ขาดหายไป  ดังนั้น  จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งเหมาะสมกับความรู้เบื้องต้นขึ้นพื้นฐานจากตำราที่ถูกต้อง  ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับจากสากลอย่างเป็นทางการ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: